เข้าสู่ระบบ!! บทความ
ภาษาไทย | English

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (282)
 โปรโมชั่น
 สินค้าใหม่ 2018
 แท่นวางแท็บเล็ต
 ขาตั้งจอคอม
 Ergotron
 ชุดวางคอม ติดผนัง
 แท่นวางโน๊ตบุ๊ค
 โต๊ะวางคอมพิวเตอร์
 โต๊ะทำงานปรับระดับได้
 แท่นวางจอคอมและปริ้นเตอร์
 ชั้นวางปริ้นเตอร์
 ตู้ชาร์จแท็บเล็ต
 ถาดวางคีย์บอร์ดและเมาส์
 แท่นวาง CPU
 ที่พักแขน
 ขาตั้งทีวี
 แท่นวางโทรศัพท์
 แท่นวางเอกสาร
 แท่นโชว์เอกสาร
 ที่รองข้อมือ
 ที่พักเท้า
 หมอนรองหลัง
 แผ่นรองยืนลดความเมื่อยล้า
 เออร์โกโนมิกส์ เมาส์
 เก้าอี้เพื่อสุขภาพ
 กล่องซีดี ดีวีดี
 สายล็อคโน๊ตบุ๊ค
 เมาส์และคีย์บอร์ด
 ท่อเก็บสายไฟ
 Clearance Sale




สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 10/10/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 20/03/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 282


จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








kvmc1N.jpg

Banner---Moving-Desk-3.7.gif
 
 
Banner---world-class-brands2ef7a9333fbb3485.jpg
บทความ
แสงกับอาการเมื่อล้าของดวงตา (อ่าน 247/ตอบ 0)


แสงกับอาการเมื่อยล้าของตาเมื่อทำงานกับคอมพิวเตอร์ และวิธีแก้ไข
    ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ทำงาน โรงเรียน และบ้าน ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในการใช้คอมพิวเตอร์ จะคำนึงถึงขนาดของโต๊ะ เก้าอี้ และการจัดวาง คอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากขนาดและการจัดวางที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่ส่งผลทำให้เกิดอาการปวด ตึง และการลดลงของประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญอีก และต้องจัดให้เหมาะสม แต่หลายๆ คนมักลืมและไม่ได้คำนึงถึง นั่นคือ การจัดสภาพแสงของจอคอมพิวเตอร์ และแสงจากรอบๆ ตัว ให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องใช้ตาในการมองจอ หรือเอกสารที่ต้องพิมพ์ตลอดเวลา ดังนั้น แสงที่มืดหรือจ้าเกินไป หรือมีแสงรบกวนสายตาขณะที่ทำงาน อาจทำให้ตาต้องทำงานหนักซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการเมื่อยล้าของตาได้



อาการเมื่อยล้าของตา

เป็นอาการหลักที่พบได้บ่อยกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวด ล้า ระคายเคือง แดง  แสบ และตาแห้ง
  • ปวดศีรษะ
  • ต้องเพ่งดูเอกสารและจอด้วยความยากลำบาก
  • ภาพซ้อน เบลอ
  • สู้แสงจ้าไม่ได้           


วิธีการจัดการและแก้ไข ทำได้โดย
  • ใช้ต้นกำเนิดแสงที่มีคุณภาพแสงที่ดี เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซน หลอดตะเกียบประหยัดพลังงาน
  • แสงจากภายนอกที่จ้าเกินไป อาจลดได้โดยใช้ม่าน มู่ลี่บังแสงนั้น ขณะเดียวกันกำแพงห้องควรใช้สีแบบด้านทา ไม่ควรเป็นสีน้ำมัน หรือวัสดุที่สะท้อนแสงได้
  • ปรับจอภาพไม่ให้รับแสงสะท้อนจากหลอดไฟหรือ แสงจากภายนอก ขณะเดียวกันอาจใช้แผ่นกั้น ไม่ให้แสงส่องมากระทบที่จอ หรือใช้แผ่นกั้นแสงแบบขุ่นเพื่อให้แสงจากหลอดไฟจ้าลดลง หากไม่สามารถจัดการกับแสงจ้าภายนอกได้ อาจใช้วิธีการเพิ่มแสงภายในให้มากขึ้น อย่าให้ห้องที่ทำงานมืดเกินไป เพราะจะรู้สึกผลของแสงภายนอกจ้ารบกวนตามากกว่าปกติ
  • ปรับระดับความเข้มของแสงและความแตกต่างระหว่างตัวหนังสือในจอกับพื้นที่ของจอ (contrast) ให้เหมาะสมตามความรู้สึกที่สบายของตนเอง อย่างไรก็ตาม แนะนำให้พื้นที่จอควรเป็นสีอ่อน
  • ขนาดตัวหนังสือและไอคอน (icon) ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ไม่ควรมีขนาดเล็ก เพราะทำให้ต้องเพ่งและใช้สายตามากเกินไป
  • แผ่นกรองแสงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดแสงสะท้อนได้ อย่างไรก็ตาม การควบคุมที่ต้นกำเนิดแสงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
  • เมื่อต้องมีการอ่านเอกสาร จะทำให้ความต้องการ ปริมาณแสงมากขึ้นกว่าการอ่านจากจอคอมพิวเตอร์ ปริมาณแสงที่มากขึ้นมีผลรบกวนสายตาเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ ดังนั้น ควรใช้โคมไฟชนิดที่ให้แสงอ่อนนุ่มช่วยก็ได้  ขณะเดียวกันเพื่อลดปริมาณแสงที่เกิดจากความต้องการในการอ่านเอกสารได้ โดยให้ใช้กระดาษและตัวหนังสือที่มีความแตกต่างกันสูง เช่น ตัวหนังสือสีดำและพื้นสีขาว
  • ควรจำกัดระยะเวลาการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ และควรพักบ่อยๆ เช่น ทำงาน ๑ ชั่วโมง ต้องพักด้วยการละสายตาไปมองอย่างอื่นที่เย็นตา ที่มีระยะห่างออกไป เช่นต้นไม้ภายนอกบ้าง หรือดีที่สุดคือ ลุกจากที่นั่งไปเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง และเมื่อถึงเวลาพักควรได้พักจริง ไม่ใช่ยังทำงานอื่นกับคอมพิวเตอร์ เช่น ตอบจดหมาย เล่นอินเทอร์เน็ต หรือเกม
  • อาจกะพริบตาให้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนึกได้ หรือเมื่อรู้สึกระคายเคือง แสบตา เพราะจะทำให้น้ำตามาอาบลูกตามากขึ้น
  • หมั่นสังเกตคุณภาพของแสงจากหลอดไฟ เพราะหลอดไฟมีอายุการใช้งาน เมื่อเวลาผ่านไปแสงจะลดลง ฝาครอบมีแมลงไปเกาะตายหรือมีฝุ่นเกาะ ทำให้ปริมาณแสงที่ส่องลงมาลดลง
  • ควรทำความสะอาดหน้าจอ ไม่ให้มีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือ เพราะทำให้มีผลต่อการอ่านและแยกแยะตัวหนังสือ
  • ตรวจสอบความสูงและการจัดวางจอคอมพิวเตอร์ ว่าเหมาะสมกับผู้ใช้ไหม เช่น จอคอมพิวเตอร์ที่สูงหรือต่ำเกินไป มีผลต่อลักษณะท่าทางของคอและศีรษะ ทำให้ศีรษะอยู่ในท่าก้มหรือเงยเกินไป กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนัก และมุมมองของสายตาแคบลงส่งผลให้การขยับมองไปในทิศทางอื่นได้ยาก ซึ่งปกติแล้วการจัดวางที่ดีต้องทำให้ผู้ใช้สามารถขยับตัวเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถหรือทำสิ่งต่างๆ ได้
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตาควรพบแพทย์ และตัดแว่นหรือใส่คอนแทคเลนส์แก้ไขให้ถูกต้อง

        เมื่อท่านสามารถทำได้ตามที่กล่าวมา ท่านจะห่างไกลจากการเมื่อยล้าตา และอาจทำให้ท่านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีความสนุกกับการทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากท่านยังมีอาการดังกล่าวอยู่ ขออย่านิ่งนอนใจ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่อไป :)



ที่มา:  มูลนิธิหมอชาวบ้าน




© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.